วิธีปลูกมะปรางไว้ทานขนาดต้นเดียวผลดกจนเก็บไม่ทัน

Share this...
Share on google
Google
Share on facebook
Facebook
Share on print
Print

วิธีปลูกมะปรางไว้ทานขนาดต้นเดียวผลดกจนเก็บไม่ทัน

การเตรียมดินและการปลูกมะปราง
การขุดหลุม หลังจากเตรียมพื้นที่เรียบน้อยแล้ว ให้ขุดหลุมกว้าง 75 เซนติเมตร ลึก 100 เซนติเมตร อย่างน้อยสุด 50 เซนติเมตร (1 ศอก) แยกดินเป็น 2 ส่วน ชั้นบนและชั้นล่าง ตากดินไว้ 15-20 วัน จากนั้นนำปุ๋ ย หมักหรือปุ๋ ย ค อ กมาใส่ในหลุม ๆ ละ 2-3 ปี๊บ ผสมให้เข้ากัน

ระยะปลูก ในพื้นที่ราบหรือที่ดอน ควรใช้ระยะห่างระหว่างต้น 8 เมตร ระหว่างแถว 8 เมตร หรือปลูกแถวชิดระยะ 4 เมตร และแถว 4 เมตร พื้นที่ 1 ไร่ ระยะ 8X8 เมตร จะปลูกมะปรางได้ 25 ต้น ระยะชิด 4X4 เมตร จะต้องใช้ต้นพั น ธุ์ 50 ต้นต่อไร่ ส่วนการปลูกสวนยกร่อง ควรใช้ระยะปลูกระหว่างต้น 6 เมตร ระหว่างแถว 6 เมตร ปลูกแถวเดี่ยวใน 1 ไร่ปลูกได้ 45 ต้น

การเตรียมต้นพั น ธุ์
ต้นพั น ธุ์ควรมีลักษณะแข็งแรง สมบูรณ์ และมีการชำอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ หรืออยู่ในวัสดุเพาะชำอย่างน้อย 2-3 เดือน

การปลูก
ฤดูที่เหมาะสมที่สุดในการปลูกมะปรางควรปลูกต้นฤดูฝน ส่วนเวลาปลูกนั้น ควรปลูกในตอนเช้าหรือตอนเย็น ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศไม่ร้อน วิธีปลูกให้นำกิ่งต้นพั น ธ์วางปากหลุม ถ้าเป็นกิ่งทาบควรใช้มี ด ก รี ดพลาสติกที่พันโคนต้นออก แต่ถ้าเป็นกิ่งพั น ธุ์ที่ชำอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ ใช้มีดกรีดด้านข้างก้นถุงโดยรอบ ก้นถุงพลาสติกจะหลุดออก

ต่อจากนั้นยกต้นมะปรางไปปลูกลงหลุม กลบดินลงหลุมเล็กน้อย แล้วดึงถุงดำที่เหลือขึ้นมา ใช้มี ด ตั ด ออก กลบดินปลูกลงหลุมให้สูงกว่าระดับเดิมเล็กน้อย ใช้มือกดรอบ ๆ โคนต้นให้แน่น นำหลักไม้ไผ่มาปักโคนต้น ผูกต้นมะปรางกับหลักเพื่อกันลมโยก หลังจากนั้นรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ (นรินทร์,2537)

การปฏิบัติดูแลรักษาต้นมะปราง
ในการปลูกมะปรางเพื่อการค้า ผู้ปลุกควรปฏิบัติดูแลรักษามะปรางดังต่อไปนี้

การให้น้ำ
โดยปกติมะปรางเป็นไม้ผลที่ค่อนข้างทนทานต่อความแห้งแล้ง แต่ถ้ามะปรางขาดน้ำก็จะไม่มีการแตกยอดใหม่ ทำให้มะปรางชะงักการเจริญเติบโต ดังนั้นมะปรางจึงมีความจำเป็นในการใช้น้ำ

ในระยะแรกปลูก 2-3 เดือน ควรมีการให้น้ำให้ชุ่มอยู่เสมอเฉลี่ย 3-5 วันต่อครั้ง อายุ 3-6 เดือน ให้น้ำ 7-10 วันต่อครั้ง เว้นแต่ช่วงฝนตกงดการให้น้ำมะปรางที่อายุ 1 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะช่วงฤดูแล้ง ควรมีการรดน้ำ 15-20 วันต่อครั้ง (นรินทร์,2537)

ประเภทของน้ำที่ใช้กับต้นมะปรางนั้น น้ำที่ได้มาจากแม่น้ำ, ลำคลอง, หนอง, บึง เมื่อนำมารดจะได้ประโยชน์มากกว่าน้ำบาดาล เพราะมีแร่ธาตุอาหารปนมาด้วย โดยปกติแล้วน้ำที่จะนำมารดให้กับต้นมะปราง ควรมีค่า pH 6.5-7.0 กล่าวคือควรมีสภาพเป็นกลาง (ทวีศักดิ์,2537)

การใส่ปุ๋ ย
มะปรางขึ้นได้ในดินหลายชนิดทั้งดินเหนียว ดินร่วน และดินร่วนปนทราย ถ้าปลูกมะปรางในแหล่งอุดมสมบูรณ์สูง มีธาตุอาหารอย่างพอเพียง ต้นมะปรางจะเจริญได้ดี ปัจจุบันแหล่งดินที่อุดมสมบูรณ์หาย า ก วิธีที่จะปรับปรุงคุณภาพของดินคือการใส่ปุ๋ ยบำรุงดิน (นรินทร์,2537)

ระยะพื ช กำลังเจริญเติบโต ควรใช้ปุ๋ ยที่มี N-P-K ในสัดส่วน 1:1:1 เช่นปุ๋ ย เกรด 15-15-15 เพื่อเสริมสร้างและทดแทนส่วนที่พื ชนำไปใช้ในการแตกยอด ใบ กิ่งก้าน

ระยะใกล้ออกด อ ก ควรใช้ปุ๋ ย ที่มีสัดส่วนของฟอสฟอรัสสูง เช่นปุ๋ ยเกรด 8-24-24

ระยะที่พื ช ติดผลแล้ว ให้ใช้ปุ๋ ยที่มีธาตุโปแตสเซียม เช่นปุ๋ ยเกรด 13-13-21 หรือ 12-17-2 เพื่อเพิ่มคุณภาพผลผลิต (ฐานเกษตรกรรม,2538)

การพรวนดินและคลุมโคนต้น
ควรหาฟางข้าวหรือเศษหญ้ามาคลุมบริเวณโคนต้นที่ทำการพรวนดินเพื่อรักษาความชื้น การพรวนดินรอบ ๆ โคนต้นควรทำทุกปี ปีละ 3 ครั้ง คือช่วงต้นฝน ปลายฤดูฝน(ต้นฤดูหนาว) และฤดูร้อน ถ้าเป็นไปได้การพรวนดินและคลุมโคนต้นนั้นควรทำพร้อม ๆ กันกับการใส่ปุ๋ ย

การพรางแสง
มะปรางขึ้นได้ทั้งในที่มีแดดรำไรและในแสงแดดจ้า แต่การปลูกในที่พรางแสง จะมีการเจริญเติบโตได้ดีกว่าการปลุกกลางแจ้ง ฉะนั้นการสร้างสวนมะปรางเพื่อการค้า ในระยะ 1-3 ปีแรก ควรมีการปลุกกล้วยเป็นพื ช แซม

การตั ดแต่งกิ่ง
ควรมีการตั ด แต่งกิ่งมะปราง กิ่งที่หั ก กิ่ หรือกิ่งที่แห้งออกทุกปีด้วย

การตั ดแต่งผล
มะปรางที่มีการออกด อ กเป็นช่อย า ว  8-15 เซนติเมตร ในช่อหนึ่งอาจติดผลตั้งแต่ 1-5 ผล ควรมีการ ตั ด  แต่งผลมะปรางที่มากเกินไปออก เหลือช่อละ 1 ผล

การเก็บเกี่ยว
ในการเก็บเกี่ยวมะปรางแต่ละครั้ง ไม่ว่าผลแก่หรือผลอ่อน ควรเก็บเกี่ยวด้วยความระมัดระวัง ถ้าไม่ระวังผลมะปรางอาจจะกระทบกระเทือน ผลจะช้ำ

วิธีการเก็บเกี่ยวผลผลิตมะปราง
ถ้าต้นไม่สูงควรใช้กระดาษตั ด เป็นฝอยปูรองก้นตะกร้าใส่มะปราง แล้วใช้กรรไกรตั ดขั้วผล นำมะปรางมาใส่ ถ้าต้นสูงเกินไป ควรใช้บันไดปีน หรือใช้ตะกร้อสอยมะปราง เมื่อเก็บเกี่ยวเสร็จควรนำไปไว้ในที่ร่ม

Share this...
Share on google
Google
Share on facebook
Facebook
Share on print
Print

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

+ 83 = 91