วิธีปลูกกะหล่ำดอก ให้กอใหญ่งามไว ช่อสวยเหลืองอร่าม

Share this...
Share on Facebook
Facebook
Print this page
Print

วิธีปลูกกะหล่ำดอก ให้กอใหญ่งามไว ช่อสวยเหลืองอร่าม

การเพาะกล้า
-การเตรียมแปลงเพาะกล้าให้ไถดินให้ลึกประมาณ 10-15 เซนติเมตร ตากดินทิ้งไว้ประมาณ 5-7 วัน ใส่ปุ๋ ย ค อ กหรือปุ๋ ย ห มั กที่สลายตัวดีแล้วให้มากคลุกเคล้าให้เข้ากับดิน พรวนดินให้ละเอียด

-หลังจากเตรียมแปลงเพาะเรียบร้อยแล้ว จึงทำการหว่านเ ม ล็ ดให้กระจายทั่วพื้นผิวแปลงเพาะอย่างสม่ำเสมอ ระวังอย่าหว่านกล้าให้แน่นเกินไป หลังจากหว่านเ ม ล็ ดแล้วให้หว่านกลบด้วยปุ๋ ย ค อ กหรือปุ๋ ยห มั กที่สลายตัวแล้วหรือดินผสมละเอียด

-หนาประมาณ 0.6-1 เซนติเมตร หรือทำร่องเป็นแถวลึกประมาณ 1 1/2 – 2 เซนติเมตร หลังโรยเ ม ล็ ดเป็นแถวตามร่องแต่ละแถวห่างกันประมาณ 10-15 เซนติเมตร แล้วกลบด้วยปุ๋ ย ค อ กหรือปุ๋ ย ห มั กหรือดินผสมละเอียดเช่นกัน หลักจากหว่านเมล็ดเรียบร้อยแล้วคลุมด้วยฟางหรือหญ้าแห้งสะอาดบางๆ รดน้ำให้ชุ่ม

การเตรียมดินปลูก
-กะหล่ำด อ กเป็นผักที่มีระบบรากตื้น การเตรียมดินเพียงขุดดินให้ลึกประมาณ 15-20 เซนติเมตร ตากดินไว้ประมาณ 5-7 วัน เก็บเศษหญ้า เศษวัชพืชออกให้หมด

-ใส่ปุ๋ ย ค อ กหรือปุ๋ ย ห มั กที่สลายตัวดีแล้วคลุกเคล้าลงไปในดิน พรวนย่อยหน้าดินให้มีขนาดเล็ก แต่ไม่ควรละเอียดเกินไป ถ้าดินเป็นกรดควรใส่ปูนขาวเพื่อปรับสภาพของดินให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม ยกเป็นแปลงๆ พร้อมที่จะนำต้นกล้าลงปลูก

การปลูก
-เมื่อต้นกล้ามีใบจริง 3-4 ใบ อายุได้ประมาณ 30-40 วัน ต้นสูงประมาณ 10-12 เซนติเมตร จึงทำการย้ า ยกล้าปลูกลงแปลง ไม่ควรปล่อยให้ต้นกล้ามีอายุแก่เกินไป

-จะทำให้รากเกิดการกระทบกระเทือนได้ง่ายขณะทำการย้ าย มีผลให้ต้นชะงักการเจริญเติบโต ก่อนย้ ายต้นกล้าให้รดน้ำบนแปลเพาะกล้าให้ชุ่มแต่ไม่แฉะ ควรเลือกย้ ายกล้าในวันที่แสงแดดไม่จัด และย้ายในเวลาเย็นหรือช่วงอากาศมืดครึ้ม เพื่อหลีกเลี่ยนการคายน้ำมากเกินไปของต้นกล้า ซึ่งจะทำให้กล้าเหี่ยวได้

-การปลูกโดยใช้ระยะปลูกระหว่างต้น 40 เซนติเมตร ระหว่างแถว 60 เซนติเมตร โดยปลูกเป็นหลุมบนแปลง หลังจากปลูกควรกลบดินกดบริเวณโคนต้นให้แน่น จากนั้นใช้ฟางหรือหญ้าแห้งคลุมโคนต้น เพื่อช่วยเก็บรักษาความชื้นในดิน รดน้ำให้ชุ่ม ส่วนในพื้นที่ที่มีแสงแดดจัดควรหาที่ปังแดดให้ ซึ่งอาจใช้ทางมะพร้าวคลุมไว้ประมาณ 3-5 วัน จึงเอาทางมะพร้าวออก

การปฏิบัติดูแลรักษา
-การให้น้ำ ในช่วงแรกหลังจากย้ายปลูกไม่ต้องให้น้ำมากนัก เพียงให้ดินมีความชุ่มชื้นสม่ำเสมออย่างเพียงพอก็พอ สังเกตดูว่าดินแฉะเกินไปหรือไม่ ถ้าดินแฉะเกินไปก็ลดปริมาณน้ำที่ให้แต่ละครั้งให้น้อยลง เพราะถ้าแฉะเกินไป

-เมื่อกะหล่ำด อ กโตขึ้นก็ให้น้ำมากขึ้นเพราะการระเหยน้ำเกิดเร็วขึ้น ควรให้อย่างสม่ำเสมอวันละ 2 ครั้ง เวลาเช้าและเย็น อย่าปล่อยให้กะหล่ำดอกขาดน้ำ เพราะจะทำให้ชะงักการเจริญเติบโตและกระทบกระเทือนต่อการสร้างด อ ก ทำให้คุณภาพและปริมาณด อ กลดลง ในฤดูแล้งควรมีการคลุมดินด้วยฟางหรือหญ้าแห้ง จะช่วยให้รักษาความชื้นในดินไว้ได้ดี

การใส่ปุ๋ ย
ปุ๋ยไนโตรเจนนับว่ามีบทบาทต่อการเจริญเติบโตของกะหล่ำด อ กมาก ดังนั้นในระยะแรกควรมีการให้ปุ๋ ย ไนโตเจนในรูปของแอมโมเนียมซัลเฟตหรือยูเ รี ย จากนั้นจึงใช้ปุ๋ ย สูตร 13-13-21 หรือ 15-15-15 ในอัตรา 50-100 กิโลกรัมต่อไร่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดิน โดยแบ่งใส่เป็น 2 ครั้ง คือ ครั้งแรกใส่รองก้นหลุมก่อนปลูก และครั้งที่ 2 ใส่เมื่อกะหล่ำด อ ก อายุประมาณ 30-40 วันหลังย้ายปลูก โดยโรยใส่ข้างต้นแล้วพรวนดินกลบลงในดิน

การเก็บเกี่ยว
-การเก็บเกี่ยวกะหล่ำด อ กสังเกตได้จากขนาดของด อ กที่มีขนาดโตเต็มที่และเป็นก้อนแน่นก่อนการยืดตัวไปเป็นช่อด อ ก ทั้งนี้อาจจะนับจากจำนวนวันที่ด อ กเริ่มเจริญพอสังเกตเห็นได้ต่อไปอีกประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นก็เก็บเกี่ยวได้หากอากาศไม่หนาวเกินไป นอกจากนั้นอาจสังเกตได้จากอายุการเก็บเกี่ยว

-โดยพั น ธุ์เบาจะมีอายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 60 วันหลังจากย้ายกล้า และพันธุ์หนักมีอายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 90 วันหลังจากการย้ ายกล้า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ วิธีการเก็บเกี่ยวโดยใช้มี ด ตั ด ด อ กกะหล่ำให้มีส่วนของใบบริเวณใกล้ด อ กติดมาด้วย 2-3 ใบ เพื่อป้องกันความเสียหายอันเกิดจากการขนส่ง ควรเลือกตั ด ด อ กที่ยังอ่อนแต่โตเต็มที่แล้วคือ สังเกตจากด อ กกำลังมีสีครีมและหน้าด อ กเรียบ

แหล่งที่มา https://www.baanjomyut.com

Share this...
Share on Facebook
Facebook
Print this page
Print

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

82 − = 72