วิธีปลูกกล้วยให้เครือใหญ่ ออกหวีไว ได้ผลผลิตมาก

Share this...
Share on Facebook
Facebook
Print this page
Print

วิธีปลูกกล้วยให้เครือใหญ่ ออกหวีไว ได้ผลผลิตมาก

การปลูกกล้วย
การปลูกกล้วยทุกชนิดจะมีหลักปฏิบัติที่คล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะกล้วยชนิดที่ใช้รับประทานผลสุก เช่น กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ และกล้วย ห อ ม การปลูกกล้วยเพียงเพื่อรับประทานเองจะใช้หลักการปฏิบัติเหมือนกับการปลูกในแปลงใหญ่เพื่อการค้า แต่จะไม่ต้องการดูแลอย่างพิถีพิถันเท่านั้น

การเตรียมเหง้าพันธุ์
การปลูกกล้วยนิยมปลูกด้วยเหง้าพันธุ์มากที่สุด ซึ่งสามารถขุดได้จากกอกล้วยต้นแม่ พั น ธุ์ โดยเลือกเหง้าที่มีความสูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร ด้วยการขุดเปิดหน้าดินรอบโคนต้น แล้วใช้จอบหรือเสียม สั บ เ ห ง้ าส่วนที่เชื่อมกับต้นแม่ออก ทั้งนี้ ส่วนของต้นพั น ธุ์ต้องประกอบด้วยส่วนหัวกล้วยหรือเห ง้ า กล้วยที่สมบูรณ์ ห้ามมีส่วนแ ว่ งหรือข า ด ซึ่งต้องระวังอย่างมากขณะขุด

การเตรียมดิน และหลุมปลูก
การเตรียมดิน และหลุมปลูก จะเริ่มด้วยการไถพรวนดินโดยไม่ต้องไถให้ลึกมาก และกำ จั ด วั ช พื ช พร้อมตากดินนาน 20-30 วัน แต่หากปลูกเพียงไม่กี่ต้นนั้น สามารถขุดหลุมได้ทันที ช่วงปลูกที่เหมาะสมช่วงเดือนพฤษภาคม มิถุนายน เพราะเป็นช่วงฝน

การขุดหลุมปลูกกล้วยทั่วไปจะขุดที่ระยะ 50 เซนติเมตร ทั้งด้านกว้าง ย า ว และลึก โดยมีระยะห่างระหว่างหลุมที่ 2-3 เมตร โดยวัดจากกึ่งกลางของหลุม หลังจากนั้น ให้รองก้นหลุมด้วยปุ๋ย ค อ ก หรือ ปุ๋ ย ห มั ก อัตรา 3-5 กิโลกรัม/หลุม ส่วนการปลูกแบบการค้ามักรอง ปุ๋ ยเพิ่ม โดยใช้สูตร 15-15-15 ประมาณ 150-200 กรัม/หลุม พร้อมเกลี่ยดินคลุกผสมให้เข้ากัน พร้อมปรับก้นหลุมให้มีความลึกประมาณ 25-30 เซนติเมตร ขึ้นอยู่กับความสูงของต้นพั น ธุ์ที่ใช้

การปลูก
การปลูกกล้วยจะนิยมปลูกจาก เ ห ง้ า พั น ธุ์ ที่ขุดได้จากต้นแม่ โดยเลือกเหง้าที่ความสูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร โดยการวางต้นพันธุ์ไว้กลางหลุม และให้หันบริเวณที่มีรอยแผลจากการตั ด ออกจากต้นแม่หันไปทางทิศตะวันตก เพราะกล้วยจะ แ ท งปลี และห้อยเครือในทิศตรงข้ามกับรอย แ ผ ล ที่ตั ด จากกล้วยต้นแม่เสมอ หลังจากนั้น เกลี่ยดินกลบให้แน่น พร้อมวางฟางข้าวหรือเศษใบไม้ปิดคลุมหลุมอีกครั้ง ช่วงแรกปลูกให้รดน้ำอาทิตย์ 2 -3 ครั้ง แล้วค่อยงดเรื่อยๆ จนเหลือเดือนละ 2 ครั้ง

การใส่ ปุ๋ ย
– ให้ใส่ ปุ๋ ย ค อ ก รวมถึง ปุ๋ ย ห มั ก อัตรา 3-5 กิโลกรัม/หลุม โดยแบ่งใส่ปีละ 4 ครั้ง แต่หากเป็นการปลูกเพื่อรับประทานเองอาจใส่เพียงครั้งเดียว/ปี หรือไม่ใส่เลย

– ปุ๋ ย หากเป็นการปลูกเพื่อการค้าในแปลงใหญ่ ให้ใส่ 2 ครั้ง หลังการปลูกในเดือนที่ 1 และ 3 ให้ใช้ปุ๋ ย สูตร 15-15-15 อัตรา 1-2 กำ/ต้น และในเดือนที่ 5 และ 7 ให้ใส่อีกครั้ง โดยใช้ ปุ๋ ย สูตร 12-12-24 ในอัตราเดียวกัน โดยหว่านโรยห่างจากโค้นต้นประมาณ 30 เซนติเมตร พร้อมกลบดินทุกครั้ง ส่วนการปลูกเพียงไม่กี่ต้นเพื่อรับประทานเองอาจไม่จำเป็นต้องใส่ก็ได้ รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ เดือนละ 2 ครั้ง

การเก็บเกี่ยว
กล้วยที่ให้ผลทั่วไปมักจะตกปลีภายใน 7-10 เดือน หลังการปลูก ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดิน และชนิดของกล้วย ซึ่งปลีจะบานจนหมดใช้เวลาประมาณ 10-14 วัน ซึ่งหลังจากนี้จะค่อย ตั ด ปลีได้

การตั ด ปลีจะตัดหลังจากเริ่มสังเกตเห็นหวีกล้วยที่มีลักษณะผลของหวีไม่สม่ำเสมอกัน ผลมีขนาดเล็ก และติดผลน้อย ส่วนหวีด้านบนจะมีขนาดผลสม่ำเสมอกัน และมีขนาดผลใหญ่กว่า จำนวนผลมากกกว่า ซึ่งเรียกหวีนี้ว่า หวีตีนเต่า ทั้งนี้ การ ตั ด จะ ตั ด หวีใต้หวีตีนเต่าออก เพื่อไม่ให้ปลีบานต่อ เพราะหากปล่อยให้ปลีบานต่อหรือปล่อยปลีจนแห้งจะทำให้ผลในหวีด้านบนใหญ่ช้า และขนาดผลไม่สม่ำเสมอ

การเก็บเกี่ยว โดยทั่วไปกล้วยจะเริ่มการเก็บเกี่ยวได้ประมาณ 50 -65 วัน หลังการตั ด ปลี ขึ้นกับ พั น ธุ์กล้วยแต่ละชนิด เช่น กล้วยไข่จะเริ่มเก็บเครือได้หลังการตัดปลี 45-55 วัน

หลักพิจารณาอายุการเก็บกล้วย
– นับวันหลังจากการ แ ท ง ช่อดอก เช่น กล้วยไข่จะเก็บผลได้ประมาณ 60-65 วัน หลังการ ตั ด ปลี

– นับวันหลังการเห็นหวีตีนเต่า โดยปกติจะอยู่ประมาณ 50-70 เดือน

– ดูลักษณะเหลี่ยมของผล เช่น กล้วยน้ำว้าที่พร้อมตัดผลจะไม่มีเหลี่ยม ส่วนผลดิบที่ยังไม่พร้อมตัดจะมีเหลี่ยม

– ดูลักษณะแห้งของขอบใบธง หากกล้วยพร้อมตัดเครือ ใบกระธงจะเริ่มเหลลือง และเหี่ยวแห้ง

– ดูลักษณะของสีผล โดยกล้วยทั่วไปเมื่อใกล้สุก ผลจะเริ่มมีสีเหลือง

สรรพคุณของกล้วย
– ช่วยลดก ร ดในกระเพาะอาหาร

– กล้วยมีแร่ธาตุหลายชนิด อาทิ แคลเซียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส แคลเซียม เหล็ก เป็นต้น ซึ่งช่วยกระต้นการทำงานของระบบประ ส า ท และส ม อ ง ช่วยเสริมสร้างกระ ดู ก และฟั น ช่วยกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน เป็นต้น

– กล้วยมีเส้นใยสูง ช่วยกระตุ้นระบบ ขั บ ถ่ า ย

– ความจากน้ำตาลที่สูง ช่วยเสริมสร้างพลังงานให้แก่ร่างกาย ลดอาการอ่อนเพลียของกล้าม เ นื้ อ

– กล้วยมีธาตุแมกนีเซียมสูง อ่าเพิ่มเติมได้ในกล้วยแต่ละชนิด ซึ่งแมกนีเซียมนี้มีส่วนสำคัญช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น โดยเฉพาะในวัยผู้สูงอายุ

Share this...
Share on Facebook
Facebook
Print this page
Print

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

− 5 = 2