วิธีปลูกมะปราง/มะยงชิด ให้ดกเต็มทั้งต้น หวานอร่อย ผลโตเท่าไข่ห่าน

Share this...
Share on Facebook
Facebook
Print this page
Print

วิธีปลูกมะปราง/มะยงชิด ให้ดกเต็มทั้งต้น หวานอร่อย ผลโตเท่าไข่ห่าน 

 

1. การเตรียมดิน
การปลูกในแปลงขนาดใหญ่ครั้งจำเป็นต้องพรวนดิน และกำ จัด  วั ช พื ช 1-2 ครั้งก่อน หลังจากนั้น จะเตรียมหลุมปลูกด้วยการขุดหลุมกว้าง ย า วขนาด 60-80 เซนติเมตร ลึก 50-100 เซนติเมตร ระยะหลุมปลูกหรือระยะต้นที่ 4-8 x 4-8 เมตร หลังจากขุดหลุมเสร็จให้ตากดินในหลุม และดินที่ขุดประมาณ 2-3 วัน จากนั้น หว่านโรยด้วย ปุ๋ ย หรือปุ๋ ย ห มั กประมาณ 1-2 ถัง/หลุม ให้คลุกผสมให้เข้ากันกับดินที่ขุด

2. การเตรียมพั น  ธุ์
ต้นพั น ธุ์มะปรางที่ใช้ปลูกมักได้จากการเพาะเมล็ดแล้วทาบกิ่ง ซึ่งเป็นวิธีที่นิยม เนื่องจากเพาะง่าย ราคาถูก รวดเร็ว และสะดวก ได้จำนวนต้นพั น ธุ์ จำนวนมาก ทำให้ประหยัดเวลา และต้นทุนได้มาก ต้นพั น ธุ์ ที่พร้อมสำหรับย้ายปลูกควรมีอายุ 2-3 เดือน

3. การปลูก
เมื่อมีต้น พั น ธุ์ พร้อม และเตรียมหลุมปลูกพร้อมแล้ว ให้นำต้นพั น ธุ์ ลงปลูก ซึ่งควรปลูกในช่วงต้นฤดูฝนเป็นต้นไป ช่วงเดือนพฤษภาคม-กัน ย า ยน ระยะปลูกที่ 4-8 x 4-8 เมตร เมื่อปลูก และกลบดินเสร็จให้นำกิ่งไม้ไผ่ เ สี ย บข้างลำต้น และมัดด้วยเชือกฟางหลวมๆ เพื่อค้ำ ยั น

การดูแลรักษามะยงชิด
การให้น้ำ :
ภายใน 4-5 วันควรมีการให้น้ำ 1 ครั้ง (ในช่วงปลูกใหม่ปีแรก) ใส่ ปุ๋ ย ทุกๆ 6 เดือน (นับจากวันปลูก) แนะนำให้ใช้ ปุ๋ ย ค อ กหรือ ปุ๋ ย อิ น ทรีย์เป็นหลัก ส่วน ปุ๋ ย ทางใบจะฉีด เมื่อมะยงชิดเริ่มแตกใบอ่อนให้ฉีดพ่นทุกๆ 7 วัน จนกว่าใบจะเพสลาด จึงหยุดฉีดโดยอาจผสมกับ     ส  าร ไ ล่ แ ม ล งพร้อมกับอาหารเสริมชีวภาพ

การให้ปุ๋ ย :
ควรให้ปุ๋ ย ห มั กหรือปุ๋ ย ค  อ ก ตั้งแต่เริ่มปลูก 1-3 ปี ปีละครั้ง ช่วงต้นฝน สำหรับต้นที่โตให้ผลผลิตแล้ว ควรมีการ ตั ด แต่งกิ่งออกบ้างหลังเก็บเกี่ยวผลผลิต โดยจัดการเอากิ่งที่เป็นโ ร ค หรือกิ่งที่แน่นทึบออก

และกำจั ด วั ช พื ช  การให้ปุ๋ ย ควรให้สูตรเสมอ 16-16-16 พร้อม ปุ๋ ย อิน ท รี ย์ หรือ ปุ๋ ย ห มั กแห้ง ครั้งที่ 2 ให้ใส่เมื่อก่อนหมดฝน ด้วยปุ๋ ย สูตร 8-24-24 พร้อมปุ๋ ย อิน ทรีย์หรือ ปุ๋ ย ห มั ก แห้ง เพื่อให้ต้นมีการสะสมอาหารไว้ให้พร้อมต่อการออก ด อ กผลในฤดูการ ถัดไป

การเก็บผลผลิต
มะปรางสามารถให้ผลผลิตได้เมื่อมีอายุประมาณ 3-4 ปี ขึ้นไป และมะปรางจะออก ด อ กในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม และผลสุกพร้อมเก็บขายหรือรับประทานในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม โดยสังเกตจากผล สำหรับมะปรางเมื่อผลสุกพร้อมเก็บจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง

ส่วนมะยมชิดมีลักษณะสีเหลืองอมส้มหรือเหลืองอมส้มเข้ม การเก็บจะใช้วิธีการปีนต้น ตั ด หากผลอยู่ด้านในพุ่มที่เป็นกิ่งใหญ่ แต่หากรวงผลอยู่ด้านนอกปลาย ย อ ดจะใช้กรรไกร ตั ดผลที่ต่อกับไม้ ย า ว โดยมีตะกร้ารองด้านล่างกรรไกร

ความแตกต่างของมะปรางหวานกับมะยงชิด
1. มะยงชิดเมื่อปอกเปลือกแล้วจะให้รสหวาน เพราะเปลือกมะยงชิดจะให้รสเปรี้ยว
2. มะปรางเมื่อปอกเปลือกจะให้รสหวานเพียงอย่างเดียวหรือหวานอมเปรี้ยว เนื่องด้วยความเปรี้ยวมีทั้งในเ ป ลื อ ก และเ นื้ อ ด้านใน
3. ผลมะปรางมีสีเหลืองนวล เหลืองทอง ส่วนมะยงชิดมีสีเหลืองออกส้ม
4. เ นื้ อมะยงชิดมีรสหวาน แต่อาจมีเปรี้ยวเล็กน้อย โดยเฉพาะผลที่ยังไม่สุกงอมดี ส่วน เ นื้ อ มะปรางมีทั้งรสหวานอมเปรี้ยวที่จัดกว่า

ประโยชน์ และสรรพคุณ
1. ใช้รับประทานเป็นผลไม้ ให้ความหวาน ให้พลังงาน อุดมด้วย ส า ร อาหารช่วยบำรุงร่างกาย

2. นำมาแปรรูปเป็นขนมของหวาน เช่น มะปรางหรือมะยงชิดกวน เชื่อม ข้าวเหนียวมะปรางหรือมะยงชิด หรือผลดิบนำมาดอง

3. มะปรางหรือมะยงชิดอุดมด้วยวิตามินซี ช่วยป้องกัน เ ลื อ ดแแกตามไร ฟั น

4. อุดมด้วยแคลเซียม และฟอสฟอรัสช่วยลดความเสี่ยง โ ร ค กระ ดู ก พรุน กระ ดู กเ สื่ อ ม

5. ประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจำพวกวิตามินชนิดต่างๆ

6. เ นื้ อด้านในของเมล็ดใช้ลด ก ร ด  รวมถึงใช้บดผสมน้ำทารักษาอาการอัก เ ส บ ของบาด แผ  ล รักษา แ ผ ล ติด เ ชื้ อ

7. กิ่งนำมาเป็นฟืนหุงหาอาหาร ส่วน เ นื้ อไม้ใช้แปรรูปเป็นไม้สร้างบ้านเรือน เฟอร์นิเจอร์และอื่นๆ

Share this...
Share on Facebook
Facebook
Print this page
Print

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

7 + 3 =